ประเภทของกาแล็กซี

ประเภทของกาแล็กซี่

ประเภทของกาแล็กซี่ กาแล็กซี (galaxy) คือ ระบบของดาวฤกษ์ เนบิวลา แก๊ส และฝุ่น ยึดเหนี่ยวไว้ด้วยกันด้วยแรงโน้มถ่วง กาแล็กซีโดยทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1,000 ถึง 100,000 ปีแสง และประกอบด้วยดาวฤกษ์หลายพันล้านดวง กาแล็กซีมีรูปร่างและประเภทต่างๆ กัน กาแล็กซีประเภทที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ กาแล็กซีทรงรี กาแล็กซีกังหัน และกาแล็กซีไร้รูปร่าง กาแล็กซีทางช้างเผือก เป็นกาแล็กซีที่ระบบสุริยะของเราอาศัยอยู่ กาแล็กซีทางช้างเผือก เป็นกาแล็กซีกังหันมีคาน มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,000 ปีแสง ประกอบด้วยดาวฤกษ์ประมาณ 200,000 ล้านดวง 

กาแล็กซีก่อตัวขึ้นจากการยุบตัวของเมฆก๊าซและฝุ่นขนาดใหญ่ ดาวฤกษ์ก่อตัวขึ้นภายใน ประเภทของกาแล็กซี่ ผ่านการหลอมรวมของไฮโดรเจนเป็นฮีเลียม กาแล็กซีสามารถชนกันได้ ส่งผลให้เกิดการชนกันของดาวฤกษ์และการก่อตัวของกาแล็กซีใหม่ ประเภทของกาแล็กซี่ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาของจักรวาล กาแล็กซีเป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานและธาตุเคมีที่จำเป็นสำหรับชีวิต กาแล็กซียังเป็นแหล่งกำเนิดของกาแล็กซีใหม่ผ่านการชนกันของกาแล็กซี

รูปแบบกาแล็กซี

กาแล็กซีปกติ (Regular Galaxy)

กาแล็กซีปกติ (Regular Galaxy) เป็น ประเภทของกาแล็กซี่ ที่มีรูปร่างสัณฐานชัดเจน กาแล็กซีปกติเป็นกาแล็กซีที่พบได้มากที่สุดในเอกภพ ประมาณ 70% ของกาแล็กซีทั้งหมดในเอกภพเป็นกาแล็กซีปกติ สรุปเอกภพและกาแล็กซี่ สามารถแบ่งประเภทตามแผนภาพส้อมเสียงของฮับเบิล (Hubble Turning Fork) ได้ กาแล็กซีปกติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. กาแล็กซีรี (Elliptical Galaxy)

กาแล็กซีรี (Elliptical Galaxy) เป็นกาแล็กซีที่มีรูปร่างคล้ายทรงรี มีการกระจายของแสงดาวฤกษ์อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งกาแล็กซี กาแล็กซีรีแบ่งออกเป็นประเภทย่อยตามระดับความรีของรูปร่าง โดยใช้ตัวอักษร E ตามด้วยตัวเลข 1-7 โดย E0 หมายถึงกาแล็กซีที่มีรูปร่างรีน้อยที่สุด และ E7 หมายถึงกาแล็กซีที่มีรูปร่างรีมากที่สุด กาแล็กซีรีมักมีขนาดใหญ่ มีดาวฤกษ์จำนวนหลายพันล้านถึงหลายล้านล้านดวง ดาวฤกษ์ ในกาแล็กซีรีส่วนใหญ่มีอายุมาก มีมวลน้อย และไม่มีฝุ่นแก๊สระหว่างดาวฤกษ์มากนัก จึงทำให้กาแล็กซีรีมีสีออกไปทางสีเหลืองหรือแดง กาแล็กซีรีเป็นกาแล็กซีที่พบได้บ่อยที่สุดในเอกภพ โดยประมาณว่ากาแล็กซีทั้งหมดในเอกภพ 2 ใน 3 เป็นกาแล็กซีรี กาแล็กซีรีมักพบรวมกันเป็นกระจุกกาแล็กซี (galaxy cluster)

ประเภทของกาแล็กซี

2. กาแล็กซีกังหัน (Spiral Galaxy)

กาแล็กซีกังหัน (Spiral Galaxy) เป็นกาแล็กซีที่มีมากที่สุดใน เอกภพคือ คิดเป็นประมาณ 70% ของกาแล็กซีทั้งหมด การก่อตัวของกาแล็กซีกังหันเชื่อว่าเกิดขึ้นจากการยุบตัวของกลุ่มก๊าซและฝุ่นขนาดใหญ่ ภายใต้แรงโน้มถ่วง กาแล็กซีจะค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างจานแบน ส่วนป่องจะเกิดขึ้นจากดาวฤกษ์ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณใจกลางกาแล็กซี และฮาโลจะเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของดาวฤกษ์และวัตถุอื่นๆ ที่อยู่รอบนอกกาแล็กซี กาแล็กซีกังหันเป็นสถานที่ที่มีการก่อตัวของดาวฤกษ์อยู่ตลอดเวลา ฝุ่นและแก๊สในจานกาแล็กซีจะรวมตัวกันจนเกิดเป็นกลุ่มก๊าซและฝุ่นหนาแน่น ภายใต้แรงโน้มถ่วง กลุ่มก๊าซและฝุ่นจะหดตัวลงจนเกิดเป็นดาวฤกษ์ กาแล็กซีกังหันมีปฏิสัมพันธ์กับกาแล็กซีอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา การชนกันหรือรวมตัวกันของกาแล็กซีอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น การก่อตัวของดาวฤกษ์ใหม่ การระเบิดของซูเปอร์โนวา และการก่อตัวของหลุมดำ กาแล็กซีกังหันเป็นวัตถุที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักดาราศาสตร์ การศึกษากาแล็กซีกังหันช่วยให้เราเข้าใจการก่อตัวและวิวัฒนาการของกาแล็กซี รวมถึงกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเอกภพ กาแล็กซี่มีกี่รูปแบบ กาแล็กซีกังหันแบ่งย่อยออกมาได้เป็น 2 ประเภท คือ

2.2 กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดา (Normal Spiral Galaxy)

กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดา (Normal Spiral Galaxy) เป็น ประเภทของกาแล็กซี่ ที่พบมากที่สุดในเอกภพ โดยประมาณ 70% ของกาแล็กซีทั้งหมด เป็นกาแล็กซีกังหันแบบธรรมดา กาแล็กซีทางช้างเผือกของเราก็เป็นกาแล็กซีกังหันแบบธรรมดาเช่นกัน การกำเนิดของกาแล็กซีกังหันแบบธรรมดายังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ 

นักดาราศาสตร์เชื่อว่ากาแล็กซีกังหันแบบธรรมดาอาจเกิดจากการรวมตัวของกาแล็กซีขนาดเล็กหลายกาแล็กซีเข้าด้วยกัน กระบวนการนี้อาจทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดดาวฤกษ์ ฝุ่น และแก๊สให้รวมตัวกันเป็นโครงสร้างกังหัน กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดาเป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์จำนวนมาก ดาวฤกษ์ใหม่ก่อตัวขึ้นจากฝุ่น

และแก๊สในแขนของกาแล็กซี ดาวฤกษ์ เหล่านี้จะมีอายุสั้นมากเมื่อเทียบกับอายุของกาแล็กซี โดยมีอายุประมาณ 100 ล้านปีเท่านั้น กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดายังมีส่วนสำคัญในการศึกษาเอกภพ นักดาราศาสตร์ใช้กาแล็กซีกังหันแบบธรรมดาเพื่อศึกษาการก่อตัวของ ดาวฤกษ์ พัฒนาการของกาแล็กซี และวิวัฒนาการของเอกภพ

2.2 กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน (Barred Spiral Galaxy)

กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน (Barred Spiral Galaxy) เป็นกาแล็กซีที่มีรูปร่างเป็นแผ่นจานแบน ประกอบด้วยดาวฤกษ์ ฝุ่น และแก๊ส กระจายตัวอยู่ทั่วจาน โดยจะมีโครงสร้างคล้ายคานพาดผ่านใจกลางกาแล็กซี คานนี้จะเชื่อมต่อกับแขนกังหัน 2 ข้าง ซึ่งจะแผ่ออกไปเป็นรัศมีจากใจกลางกาแล็กซี กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน เป็นกาแล็กซีประเภทที่

พบได้บ่อยที่สุดใน เอกภพจักรวาล คิดเป็นประมาณ 60% ของกาแล็กซีทั้งหมด ตัวอย่างของกาแล็กซีกังหันแบบมีคาน ได้แก่ กาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโลกของเรา โครงสร้างคล้ายคานในกาแล็กซีกังหันแบบมีคานมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์และฝุ่นแก๊สในกาแล็กซี คานนี้จะดึงดูดดาวฤกษ์

และฝุ่นแก๊สจากจานของแขนกาแล็กซีมารวมตัวกันบริเวณใจกลางกาแล็กซี ก่อให้เกิดการก่อตัวของดาวฤกษ์จำนวนมากในบริเวณใจกลางกาแล็กซี นอกจากนี้ กาแล็กซีกังหันแบบมีคานยังมีอัตราการหมุนที่เร็วกว่ากาแล็กซีกังหันแบบไม่มีคานอีกด้วย สิ่งนี้อาจเกิดจากแรงโน้มถ่วงของคานที่ดึงดูดดาวฤกษ์และฝุ่นแก๊สให้หมุนรอบใจกลางกาแล็กซีอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเภทของกาแล็กซี

กาแล็กซีเลนส์ (Lenticular Galaxy)

กาแล็กซีเลนส์ (Lenticular Galaxy) เป็นกาแล็กซีประเภทหนึ่งที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างกาแล็กซีทรงรีและกาแล็กซีกังหัน กล่าวคือ มีส่วนนูนตรงกลางคล้ายกาแล็กซีทรงรี แต่ไม่มีแขนยื่นออกมาเหมือนกาแล็กซีกังหัน กาแล็กซีเลนส์จึงมีลักษณะคล้ายกับจานแบนที่มีนูนตรงกลาง กาแล็กซีเลนส์พบได้ประมาณ 10-20% ของกาแล็กซีทั้งหมดในเอกภพ กาแล็กซีเลนส์ส่วนใหญ่มีประชากรดาวฤกษ์ที่มีอายุค่อนข้างมาก และมีการก่อตัวของดาวดวงใหม่ๆ เพียงเล็กน้อย กาแล็กซีเลนส์อาจเกิดจากการที่กาแล็กซีทรงรีหรือกาแล็กซีกังหันชนกันหรือรวมตัวกัน แรงโน้มถ่วงระหว่างกาแล็กซีทั้งสองอาจทำให้กาแล็กซีทรงรีสูญเสียรูปร่างหรือกาแล็กซีกังหันสูญเสียแขนออก กาแล็กซีเลนส์มีความสำคัญต่อการศึกษาเอกภพ เนื่องจากสามารถช่วยนักดาราศาสตร์เข้าใจกระบวนการวิวัฒนาการของกาแล็กซีได้ นอกจากนี้ กาแล็กซีเลนส์ยังสามารถใช้เป็นเลนส์อวกาศช่วยขยายภาพวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้อีกด้วย กาแล็กซี่ มีกี่ประเภท กาแล็กซีเลนส์ แบ่งย่อยออกมาได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. กาแล็กซีเลนส์แบบมีคาน (Barred Lenticular Galaxy)

กาแล็กซีเลนส์แบบมีคาน (Barred Lenticular Galaxy) เป็น กาแล็กซี ที่มีโครงสร้างก้ำกึ่งระหว่างกาแล็กซีรีและกาแล็กซีแบบกังหัน กล่าวคือ การกระจายตัวของดาวฤกษ์ไม่สม่ำเสมอ แต่มีการกระจุกหรือหนาแน่นตรงส่วนใจกลาง แต่ไม่มีส่วนแขนที่กระจายออก การกระจายของดาวฤกษ์เป็นลักษณะกระจายออกทุกทิศทาง ล้อมรอบส่วนใจกลางลักษณะคล้ายจาน กาแล็กซีเลนส์แบบมีคานจะมีโครงสร้างคล้ายคานพาด

ผ่านกลางกาแล็กซี ลักษณะคล้ายกับกาแล็กซีกังหันแบบมีคานมาก ๆ เพียงแต่ไม่มีโครงสร้างที่เป็นแขนของกังหันเท่านั้น คานของกาแล็กซีเลนส์แบบมีคานจะประกอบด้วยดาวฤกษ์ แก๊ส และฝุ่นละออง คานนี้ทำหน้าที่เป็นท่อส่งสสารจากส่วนใจกลางไปยังบริเวณรอบนอกของกาแล็กซี ส่งผลให้เกิดการก่อตัวของดาวฤกษ์ใหม่ ๆ บริเวณรอบนอกของกาแล็กซีกาแล็กซีเลนส์แบบมีคานเป็นกาแล็กซีที่พบได้บ่อยในจักรวาล ประมาณ 1 ใน 3 ของกาแล็กซีทั้งหมดในเอกภพเป็นกาแล็กซีเลนส์แบบมีคาน

2. กาแล็กซีเลนส์แบบไม่มีคาน (Unbarred Lenticular Galaxy)

กาแล็กซีเลนส์แบบไม่มีคาน (Unbarred Lenticular Galaxy) เป็นกาแล็กซีที่มีลักษณะคล้ายกับทั้งกาแล็กซีรีและกาแล็กซีกังหัน กล่าวคือมีลักษณะเป็นกระเปาะตรงกลางกาแล็กซีคล้ายกับกาแล็กซีกังหัน แต่ไม่มีโครงสร้างที่เป็นแขนที่ยื่นออกมา โดยอยู่ระหว่างรูปแบบของ E7 และ Sa สัญลักษณ์ของกาแล็กซีลักษณะนี้ให้แทนด้วย SO กาแล็กซีเลนส์แบบไม่มีคานมีโครงสร้างคล้ายกับ

กาแล็กซีกังหันแบบไม่มีคาน แต่ไม่มีแขนหมุนรอบกระเปาะตรงกลาง กาแล็กซีเหล่านี้อาจมีโครงสร้างคล้ายกับกาแล็กซีรีแบบมีคาน แต่ไม่มีแถบแกนกลาง กาแล็กซีเลนส์แบบไม่มีคานเป็นกาแล็กซีที่พบได้บ่อยที่สุดในจักรวาล ประมาณ 25% ของกาแล็กซีทั้งหมดเป็นกาแล็กซีเลนส์แบบไม่มีคาน

กาแล็กซีไม่มีรูปแบบ

กาแล็กซีไม่มีรูปแบบ (Irregular Galaxy)

กาแล็กซีไม่มีรูปแบบ (Irregular Galaxy) กาแล็กซี่คืออะไร เป็นกาแล็กซีที่ไม่มีรูปร่างที่ชัดเจนเพียงพอที่จะบอกได้ว่ามันเป็นรูปกังหันหรือทรงรี และบางครั้งอาจจะแสดงโครงสร้างแบบคานให้เห็น ประกอบไปด้วยกลุ่มแก๊ส ฝุ่นละออง ดาวฤกษ์ ดาวนิวตรอน หลุมดำ และองค์ประกอบอื่น ๆ ซึ่งหากมีขนาดเล็กก็จะอยู่ในกลุ่มของกาแล็กซีแคระไร้รูปแบบ สาเหตุของการก่อตัวของกาแล็กซีไม่มีรูปแบบนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การชนกันหรือรวมตัวกันของกาแล็กซีขนาดเล็ก การปะทะกับวัตถุขนาดใหญ่ในอวกาศ เช่น หลุมดำ หรือแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซีที่อยู่ใกล้เคียง กาแล็กซีไม่มีรูปแบบมีจำนวนประมาณ 1/4 ของกาแล็กซีทั้งหมดในจักรวาล ตัวอย่างของกาแล็กซีไม่มีรูปแบบที่มีชื่อเสียง ได้แก่ กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud) และกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก (Small Magellanic Cloud) ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากโลกด้วยตาเปล่า กาแล็กซีไม่มีรูปแบบเป็นกาแล็กซีที่มีการก่อตัวของดาวฤกษ์ที่สูงมาก ตัวอย่างเช่น กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่มีอัตราการก่อตัวของดาวฤกษ์สูงถึง 100 เท่าของกาแล็กซีทางช้างเผือก กาแล็กซี่มีอะไรบ้าง กาแล็กซีไม่มีรูปแบบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

Im galaxies

Im galaxies เป็นกาแล็กซีที่ไม่มีรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นกาแล็กซีที่มีโครงสร้างแบบไม่เป็นระเบียบ รูปร่างไม่สมมาตร และไม่มีลักษณะเป็นเกลียวแขนชัดเจน ตัวอย่างของกาแล็กซี Im ได้แก่ กาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก (Small Magellanic Cloud) และกาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud)

IO galaxies

IO galaxies เป็นกาแล็กซีที่ไม่มีรูปแบบที่มีลักษณะเป็นกาแล็กซีที่มีโครงสร้างแบบไม่เป็นระเบียบ แต่มีร่องรอยของโครงสร้างแบบเกลียวแขนอยู่บ้าง ตัวอย่างของกาแล็กซี IO ได้แก่ กาแล็กซี NGC 4449 และกาแล็กซี NGC 520

ติดตามข่าวสารได้ที่นี่ : https://AstronomyMoon.com

อ่านบทความเพิ่มเติม : ความสำคัญของดวงอาทิตย์